ผู้ซื้อต่างชาติยังคงจ่ายเต็มราคา: ความเข้าใจผิดเรื่องค่าธรรมเนียม 0.01% และค่าใช้จ่ายจริงในการซื้ออสังหาริมทรัพย์กรุงเทพ
หน้าหลัก
>
>
ผู้ซื้อต่างชาติยังคงจ่ายเต็มราคา: ความเข้าใจผิดเรื่องค่าธรรมเนียม 0.01% และค่าใช้จ่ายจริงในการซื้ออสังหาริมทรัพย์กรุงเทพ

ผู้ซื้อต่างชาติยังคงจ่ายเต็มราคา: ความเข้าใจผิดเรื่องค่าธรรมเนียม 0.01% และค่าใช้จ่ายจริงในการซื้ออสังหาริมทรัพย์กรุงเทพ

13 ก.ย. 2026
8k ครั้งที่ดู
2 นาทีในการอ่าน
icon
คัดลอกลิงก์

ความจริงที่นายหน้าบางรายไม่บอกคุณ: มาตรการ 0.01% ไม่ครอบคลุมผู้ซื้อต่างชาติ

ถ้าคุณเป็นชาวต่างชาติที่กำลังพิจารณาซื้อคอนโดในกรุงเทพและได้อ่านข่าวว่ารัฐบาลไทยลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองเหลือเพียง 0.01% — หยุดก่อน มาตรการนี้ ไม่มีผลบังคับใช้กับคุณ

คณะรัฐมนตรีไทยได้อนุมัติการขยายระยะเวลาลดค่าธรรมเนียมดังกล่าวออกไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 สำหรับอสังหาริมทรัพย์มูลค่าไม่เกิน 7 ล้านบาท แต่ตัวบทกฎหมายระบุชัดเจนว่าสิทธิ์นี้มีไว้สำหรับ บุคคลธรรมดาสัญชาติไทย เท่านั้น

ผู้ซื้อต่างชาติยังคงต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในอัตราปกติ ซึ่งหมายความว่าต้นทุนในการปิดการซื้อขายของคุณสูงกว่าที่หลายคนคิดอย่างมีนัยสำคัญ หากต้องการศึกษามาตรการนี้โดยละเอียดในแง่มุมของผู้ซื้อสัญชาติไทย สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ค่าธรรมเนียมโอน 0.01% ถึงมิถุนายน 2570: หน้าต่างสุดท้ายของการซื้ออสังหาฯต่ำกว่าต้นทุนปิดการขายตามราคาตลาด

เจาะลึกตัวเลข: ค่าธรรมเนียมโอนอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพสำหรับผู้ซื้อต่างชาติ

ผู้ซื้อต่างชาติต้องจ่ายค่าธรรมเนียมโอนคอนโดกรุงเทพเท่าไหร่?

ผู้ซื้อต่างชาติต้องจ่ายค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์มาตรฐาน 2% ของราคาประเมิน และค่าจดจำนอง 1% หากมีการกู้สินเชื่อ รวมเป็นต้นทุนปิดการขายขั้นต่ำ 3% ซึ่งสูงกว่าของผู้ซื้อไทยถึง 300 เท่า

นี่คือตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม: คอนโดห้องหนึ่งในย่านสุขุมวิทราคา 6.5 ล้านบาท ผู้ซื้อไทยจ่ายค่าธรรมเนียมโอนเพียง 650 บาท ขณะที่ผู้ซื้อต่างชาติจ่าย 130,000 บาท และหากมีการจดจำนองด้วย ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก 65,000 บาท รวมเป็น 195,000 บาทในการปิดการขายเพียงอย่างเดียว

ข้อมูลเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ: ย่านสุขุมวิท (พร้อมพงษ์, ทองหล่อ, เอกมัย) มีราคาคอนโดตั้งแต่ 120,000 ถึง 350,000 บาทต่อตารางเมตร ค่าธรรมเนียมโอน 2% สำหรับห้องขนาด 45 ตารางเมตรราคา 8 ล้านบาทในพื้นที่นี้ หมายถึงค่าใช้จ่ายปิดการขายที่ไม่ต่ำกว่า 160,000 บาท — ตัวเลขที่ต้องวางแผนทางการเงินให้ดีก่อนวางเงินมัดจำ

นอกจากค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองแล้ว ผู้ซื้อต่างชาติยังต้องคำนึงถึงอากรแสตมป์หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) อีก 3.3% ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เจ้าของเดิมถือครองทรัพย์สิน รวมทั้งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของผู้ขาย ซึ่งแม้จะเป็นภาระของผู้ขาย แต่มักสะท้อนเข้าไปในราคาเจรจา

จุดสำคัญที่ต้องเน้น: ค่าธรรมเนียมเหล่านี้คำนวณจาก ราคาประเมินของกรมธนารักษ์ ไม่ใช่ราคาตลาด ซึ่งอาจต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในย่านพรีเมียมอย่าง ไวร์เลส โรด/หลังสวน ที่ราคาตลาดอยู่ที่ 250,000–450,000 บาทต่อตารางเมตร

โควตา 49% และกฎการโอนเงิน: สิ่งที่ผู้ซื้อต่างชาติต้องรู้ก่อนโอน

ค่าธรรมเนียมที่แพงกว่าไม่ใช่อุปสรรคเดียว กฎหมายอาคารชุดไทยยังกำหนดโควตาถือครองของต่างชาติไว้ที่ ไม่เกิน 49% ของพื้นที่รวมในแต่ละโครงการ แม้จะมีการถกเถียงเรื่องการเพิ่มโควตาเป็น 75% และขยายสัญญาเช่าเป็น 99 ปี แต่ณ เดือนกันยายน 2569 ยังไม่มีการบังคับใช้กฎหมายใหม่แต่อย่างใด

ผู้ซื้อต่างชาติต้องตรวจสอบโควตาที่เหลือในโครงการที่สนใจก่อนเซ็นสัญญาจะซื้อจะขาย (SPA) เนื่องจากโครงการยอดนิยมในย่านสุขุมวิทบางแห่งโควตาต่างชาติเต็มแล้ว

นอกจากนั้น การซื้อคอนโดแบบ Freehold ในชื่อต่างชาติต้องมีการโอนเงินจากต่างประเทศในสกุลเงินต่างประเทศ และต้องมี แบบฟอร์ม FET (Foreign Exchange Transaction) จากธนาคารไทยเป็นหลักฐาน มิฉะนั้นการโอนกรรมสิทธิ์จะไม่สามารถดำเนินการได้ที่กรมที่ดิน

สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนและวางแผนจะใช้วีซ่า LTR (Long-Term Resident) เพื่อขยายสิทธิ์การถือครองทรัพย์สิน — โปรดทราบว่าวีซ่า LTR ไม่ได้เปลี่ยนแปลงกฎการถือครองห้องชุดแต่อย่างใด แม้จะผ่านการลงทุน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐในประเทศไทยตามเกณฑ์ Wealthy Global Citizen ก็ตาม โควตา 49% และข้อกำหนดการโอนเงินจากต่างประเทศยังคงมีผลบังคับใช้อย่างเต็มที่

ชีวิตในกรุงเทพสำหรับผู้ซื้อต่างชาติ: ย่านที่น่าสนใจและสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน

แม้ต้นทุนการซื้อจะสูงกว่าผู้ซื้อไทย แต่คุณภาพชีวิตในกรุงเทพยังคงเป็นเหตุผลหลักที่ดึงดูดชาวต่างชาติให้ตัดสินใจลงทุน นี่คือสิ่งที่รอคุณอยู่:

  • ร้านอาหารระดับโลก: ปี 2569 กรุงเทพมีความโดดเด่นด้านอาหารอย่างยิ่ง Sühring ในย่านช่องนนทรีได้รับการยกระดับเป็น Three Michelin Stars ขณะที่ INDDEE (พร้อมพงษ์) และ Anne-Sophie Pic at Normandie (ริมแม่น้ำเจ้าพระยา, โรงแรม Mandarin Oriental) ต่างคว้า Two Michelin Stars ใหม่ในปีเดียวกัน
  • การเดินทาง: รถไฟฟ้า MRT สายสีส้ม (ภาคตะวันออก) คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2570 ขณะที่สายสีม่วงส่วนต่อขยายภาคใต้ (23.6 กม.) ก็อยู่ระหว่างก่อสร้างและคาดว่าจะแล้วเสร็จในปีเดียวกัน ซึ่งจะเพิ่มมูลค่าให้แก่ทรัพย์สินตามแนวเส้นทางอย่างมีนัยสำคัญ อ่านการวิเคราะห์เชิงลึกได้ที่ ผลกระทบของสายสีส้ม: รถไฟฟ้า MRT สายใหม่กำลังเปลี่ยนแปลงมูลค่าทรัพย์สินและพลวัตของย่านอย่างไร
  • โรงเรียนนานาชาติ: ครอบครัวชาวต่างชาติในย่านพร้อมพงษ์มีโรงเรียน NIST International School (สุขุมวิต ซอย 15) ใกล้มือ ส่วนย่านเอกมัยมีทั้ง St. Andrews Soi 71 และ Bangkok Prep ขณะที่ Bangkok Patana School (บางนา) ยังคงเป็นหนึ่งในโรงเรียนนานาชาติชั้นนำของไทยที่ใช้หลักสูตรบริติช (I-GCSE & IB) สำหรับข้อมูลละเอียดเรื่องโรงเรียนและทำเลครอบครัว โปรดดูที่ ย่านที่เหมาะสำหรับครอบครัวชาวต่างชาติในกรุงเทพ: โรงเรียน สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบขนส่งในปี 2569
  • กิจกรรมและสุขภาพ: สวนเบญจกิตติมีคลาส HIIT กลางแจ้งฟรีทุกวันอาทิตย์เวลา 8:45 น. สวนลุมพินีเปิดบริการแอโรบิกกลุ่มฟรีเกือบทุกเช้า และสนามราชมังคลากีฬาสถานจะต้อนรับ Post Malone (22 กันยายน 2569) และ The Weeknd (11–13 ตุลาคม 2569)
  • พื้นที่สีเขียวใหม่: กรุงเทพกำลังขยายพื้นที่สาธารณะตามโครงการ Green Bangkok 2030 รวมถึงพื้นที่ริมน้ำ 9,600 ตารางเมตรและสวนชุมชน 4,800 ตารางเมตรในเขตบางซื่อ

ผลตอบแทนการลงทุนที่แท้จริง: เมื่อคำนึงถึงต้นทุนที่แท้จริงของผู้ซื้อต่างชาติ

การคำนวณ ROI ที่ถูกต้องสำหรับผู้ซื้อต่างชาติต้องนำต้นทุนการซื้อที่สูงกว่ามาคิดรวมด้วยตั้งแต่ต้น นี่คือภาพรวมของตลาดแต่ละย่านตามข้อมูลจริง:

  • สุขุมวิท (พร้อมพงษ์, ทองหล่อ, เอกมัย): Gross Rental Yield ประมาณ 5.5–6% อัตราการเช่าเกิน 90% และราคาทุนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4.2% ต่อปีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ราคาอยู่ที่ 120,000–350,000 บาทต่อตารางเมตร ย่านนี้ยังคงเป็นตัวเลือกหลักสำหรับผู้เช่าชาวญี่ปุ่น เกาหลี และยุโรป
  • ไวร์เลส โรด/หลังสวน: ราคาสูงที่สุดในกรุงเทพที่ 250,000–450,000 บาทต่อตารางเมตร Rental Yield ต่ำกว่าที่ 3.5–4.5% แต่การเพิ่มมูลค่าทุนสูงสุดในกรุงเทพที่ 6–8% ต่อปี เหมาะสำหรับผู้ลงทุนระยะยาวที่ไม่ต้องการรายได้ค่าเช่าทันที
  • สีลม/สาทร: One-bedroom (35–45 ตารางเมตร) ราคา 5–8 ล้านบาท มีความมั่นคงสูงจากผู้เช่าองค์กรในย่านธุรกิจการเงิน
  • อารีย์, รัชเทวี, อ่อนนุช, พระโขนง: Gross Yield สูงสุดในกรุงเทพที่ 5.5–7% ราคาเริ่มต้นที่ 3.2–4 ล้านบาทสำหรับสตูดิโอ 28 ตารางเมตร น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่เน้น Cash Flow

ข้อสังเกตสำคัญ: ตลาดคอนโดกรุงเทพในปี 2569 อยู่ในภาวะ "ป้องกันตัวระยะยาว" โดยการเปิดตัวโครงการใหม่ในกรุงเทพลดลงถึง 67% ในรายไตรมาส และซัพพลายรวมคาดว่าจะต่ำกว่า 40,000 ยูนิตในปี 2569 สำหรับนักลงทุนที่ต้องการวิเคราะห์เชิงลึก แนะนำให้อ่านบทความ การลงทุนอัจฉริยะในกรุงเทพ 2569: ปลดล็อก Rental Yield และการเติบโตของมูลค่าทุนในตลาดที่แบ่งส่วน

เมื่อรวมค่าธรรมเนียมโอน 2% บวกค่าใช้จ่ายปิดการขายอื่นๆ เข้าไปในสมการ ผู้ซื้อต่างชาติที่ตั้งเป้า Breakeven Point ควรวางแผนถือครองทรัพย์สินอย่างน้อย 3–5 ปีขึ้นไปในทุกย่าน

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ: ขอรับการวิเคราะห์ต้นทุนส่วนบุคคลฟรี

ตัวเลขค่าธรรมเนียมโอน งบประมาณปิดการขาย และการตรวจสอบโควตาต่างชาติในโครงการที่คุณสนใจ — ทั้งหมดนี้ต้องได้รับการวิเคราะห์เฉพาะบุคคล ไม่ใช่ข้อมูลทั่วไปจากอินเทอร์เน็ต

ทีมที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ของเราพร้อมจัดทำ รายงานต้นทุนการซื้อแบบครบวงจรสำหรับผู้ซื้อต่างชาติ รวมถึงการตรวจสอบโควตา 49% ในโครงการที่คุณสนใจ การคำนวณค่าธรรมเนียมจริงตามราคาประเมิน และข้อแนะนำด้านการโอนเงินจากต่างประเทศ (FET Form)

ติดต่อเราเพื่อนัดหมายการปรึกษาส่วนตัวหรือขอรับ Floor Plan Analysis ของโครงการที่คุณสนใจ — ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีข้อผูกมัด เพียงข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อการตัดสินใจที่ดีที่สุดของคุณ

บทความเพิ่มเติม

ข้อมูลเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ของเรา

ดูทั้งหมด
card-banner
27 ต.ค. 2026

ร้านอาหารใหม่กรุงเทพฯ ตุลาคม 2569: Sapporo Bone, Krobnok และ Ciao Terrazza สำหรับผู้เช่าในปทุมวัน สีลม และริมแม่น้ำ

ตุลาคม 2569 คือเดือนแห่งการเปิดตัวร้านอาหารที่น่าตื่นเต้นที่สุดในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็น Sapporo Bone ในย่านปทุมวัน, Krobnok by Yangrak ในสีลม หรือ Ciao Terrazza ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร้านอาหารเหล่านี้กำลังเปลี่ยนโฉมไลฟ์สไตล์ของผู้พักอาศัยในทำเลทองของกรุงเทพฯ อ่านไกด์นี้เพื่อวางแผนประสบการณ์อาหารของคุณในพื้นที่ที่คุณอยู่อาศัยหรือกำลังมองหาเช่า
card-banner
26 ต.ค. 2026

ดุสิต อรุณ รูฟพาร์ค เปิดแล้ว: ป่าในเมือง 11,200 ตร.ม. ใกล้สวนลุมพินี สัญญาณเมือง 15 นาทีของกรุงเทพฯ

ดุสิต อรุณ รูฟพาร์ค ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค คือสวนบนดาดฟ้าในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในไทย ขนาด 7 ไร่ (11,200 ตร.ม.) เปิดให้บริการแล้วบนถนนพระราม 4 ติดสวนลุมพินี เป็นหมุดหมายสำคัญที่เปลี่ยนโฉมย่านศูนย์กลางธุรกิจ และส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์โดยรอบอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
card-banner
25 ต.ค. 2026

เวลาเดินทาง Yellow Line บางนา vs สุขุมวิท: ย่านนอกเมืองแข่งขันได้แล้วในปี 2569

Yellow Line ที่เชื่อมต่อบางนาและย่านชานเมืองเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ ได้เปลี่ยนสมการอสังหาริมทรัพย์ไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อเวลาเดินทางจริงเทียบกับสุขุมวิทแทบไม่ต่างกัน แต่ราคาคอนโดต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ บทความนี้ถอดรหัสความเป็นจริงของการเดินทาง และช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าย่านไหนคือทางเลือกที่ชาญฉลาดที่สุดสำหรับการอยู่อาศัยและการลงทุนในปี 2569
card-banner
24 ต.ค. 2026

กรุงเทพฯ ใต้ Yellow Line: Fatty's Rooftop และการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์บางนาที่คุณต้องรู้

รถไฟฟ้าสาย Yellow Line ที่เปิดให้บริการแล้วในย่านบางนากำลังเปลี่ยนโฉมหน้าของการอยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ประกอบกับการเปิดตัวของ Fatty's Rooftop Bar & Restaurant ในเดือนพฤศจิกายน 2026 ที่ดึงดูดทั้งผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน บทความนี้วิเคราะห์ว่าเหตุใดบางนาจึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ขาดไม่ได้ในยุค 2026
card-banner
23 ต.ค. 2026

PM2.5 คอนโด กรุงเทพฯ: เมื่อการตลาดสีเขียวยังล้ำหน้ากว่าของจริงในปี 2569

คอนโดหรูในกรุงเทพฯ แข่งกันโฆษณาฟีเจอร์ "สีเขียว" และระบบกรองอากาศ PM2.5 แต่ข้อเท็จจริงในตลาดปี 2569 ชี้ว่าคำสัญญาเหล่านั้นมักขาดมาตรฐานรองรับที่จับต้องได้ บทความนี้เจาะลึกช่องว่างระหว่างการตลาดและความเป็นจริง พร้อมแนะแนวทางตรวจสอบก่อนตัดสินใจซื้อ
card-banner
22 ต.ค. 2026

แลงแฮม กรุงเทพฯ ธันวาคม 2569: เชฟทิตฐิ์ ทัศนาจินดา และร้านอาหารระดับดาวมิชลินส่งสัญญาณยุคทองของไฟน์ไดนิ่งหรู

เมื่อโรงแรมแลงแฮม กรุงเทพฯ กำหนดเปิดตัวในเดือนธันวาคม 2569 พร้อมร้านอาหาร Roi Chak Sam โดยเชฟทิตฐิ์ "ต้น" ทัศนาจินดา และ The Cotton Room โดยเชฟการิมา อโรรา ผู้ถือสองดาวมิชลิน — นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่าการลงทุนในย่านหรูของกรุงเทพฯ กำลังเข้าสู่บทใหม่ ทำความเข้าใจว่าเหตุใดแบรนด์ระดับโลกและเชฟชั้นนำระดับโลกจึงเลือกเดิมพันกับกรุงเทพฯ ณ เวลานี้